11 เมษายน 2553

คนไทยกับระบบใหม่ แดงเหลืองเฮฮา ประชาสิ้นหวัง

นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวครับไม่อยากอ่านก็ไม่ต้องอ่าน แต่ผมอยากเห็นคนไทยคุยกันครับ
ที่ไม่ได้ลงบล็อกมานานก็เพราะโครงการใครเข้มแข็งที่ทำเอาข้าราชการไทยหัว ปั่น ไม่มีแรงไปทำอย่างอื่น ทักษินว่าเร่งงานแล้ว รับบาลนี้เร่งกว่า ไม่รู้จะแข่งกันเร่งงานไปถึงไหนรัฐบาลหน้ามาจะไม่เอาแบบประกาศนโยบายเสร็จ แล้วเอาผลงานเลยไหมนะ บ่นตัวเองมามากพอแล้ว เวลาก็น้อยเลยขอบันทึกเหตุการณ์เมื่อวานที่เกิดการนองเลือดด้วยคนไทยด้วยกัน อีกครั้ง
เหตุเกิดจากการป้องกันการสลายการชุมนุมของรับบาลของกลุ่มเสื้อแดง เลยไปชุมนุมกันที่กองทัพภาค ๑ แล้วไปยั่วยุกันอย่างไรไม่รู้ แต่รู้แน่ๆ มีการนำเสนอข่าวสดแค่ 2-3 ช่อง น่าเศร้าแต่ก็เข้าใจว่ารำคาญการชุมนุม ทั้งวัน ตาย 15 เจ็บ 600 กว่า ตามสถิติ ถ้ามีการชุมนุม แล้วต้องมีการสลายการชุมนุม สงสารประชานที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ที่มาเดือดร้อนเพราะพวกท่านซะจริงทั้งเสื้อแดง ทั้งรับบาล
ครั้งหนึ่งเสื้อเหลืองก็เคยก่อความรำคาญใจกับทุกภาคส่วนมาแล้ว จนต้องเกิดการปฏิรูปโดยทหารเพื่อให้ชาติเกิดความสงบสุข ผมว่าทหารทำตามกติกา ตามเกมที่ควรจะทำ แต่รัฐบาลที่ง่อนแง่นด้วยคนแตกเป็นสองฝ่าย ไม่ฟังเสียงฝั่งตรงข้าม ตัวกูก็ของกู คนอื่นผิดเต็มประตู เหตุนี้แหละครับบ้านเมืองถึงได้พัง พังยังไงมาดูกันครับ
เริ่มจากท่านอดีตผู้นำที่ทำตามกฎหมายแต่เอื้อผลประโยชน์ให้ตนเอง(หรือเปล่า) แต่ผมขอยึดเอาคำตัดสินของศาลที่มีหลายประเด็นมาก จนเสื้อเหลืองที่มีการเสียผลประโยชน์มาชุมนุมกัน (ถ้าไม่เสียผลประโยชน์ก็คงไม่มาชุมนุม ผมก็อยากร่วมนะ แต่ที่ไม่เข้าร่วมก็ต้องดูเหตุผลกันต่อ) ครับแรกๆก็มาดีครับ หลังๆยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน แต่ไม่ยึดอำนาจรัฐ รัฐบาลทำงานไม่ได้แต่ยังมีอำนาจอยู่แต่น้อยกว่าเสื้อเหลือง มันก็เลยงงๆว่าทำงานกันอย่างไร ทหารจึงเข้ามาปฎิรูปการปกครองล้างไพ่กันใหม่ ทำรัฐธรรมนูญใหม่ สร้างกติกาให้เล่นเกมกันใหม่ เลือกตั้งใหม่ ก็ทำท่าจะดีพักหนึ่ง ฝ่ายรัฐบาลเก่าได้อำนาจกลับคืนมา แต่ก็อ่อนแอเหลือกำลัง และไม่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง มีเหลืองคอยแหย่ตลอด จนวันหนึ่งเมื่อรัฐไม่สามารถคงอำนาจของตนเองเองได้ เมื่อมีเสียงของพรรคร่วมส่วนหนึ่งผละออกมาตั้งแนวใหม่กับพรรคฝ่ายค้านตั้ง รัฐบาลขึ้นมานั้นและครับ การเมืองไทยก็เริ่มรับสีใหม่ๆเข้ามา ด้วยการอาละวาดของสีแดง เหลืองเงียบ น้ำเงินโผล่ จนนองเลือดเมื่อสงกรานต์ครั้งก่อน มาปีนี้ก็คงจะขออีกรอบก็เป็นสงกรานต์เลือดเหมือนเดิม
อยากสรุปว่า ทั้งเหลืองทั้งแดง ทั้ง สส.รัฐบาลและฝ่ายค้าน ฟังกันมั่งอย่าอัดกัน ผมเห็นการเจราจานั้นทำให้ทุกอย่างยุติ แต่ต้องไม่อิงข้างตนเองเกินไป ท่านต้องทำตามกติกาครับ ไม่ใช่ดื้อตาใส ศาลสั่งไม่ฟัง รัฐห้ามไม่ทำ ก่อความเดือดร้อนให้ผู้คนรอบข้าง ทั้งเหลืองทั้งแดงแหละครับลองมาคิดดูสิ ท่านปิดสภาปิดสนามบิน เพื่อล้มรัฐบาล แต่ไม่ยึดอำนาจรัฐ ทั้งๆที่ยึดได้แล้วนั้นท่านทำอะไรกัน ขอในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ไม่มีในกติกา ไม่มีในรัฐธรรมนูญ แต่มีแต่ในหัวพวกท่าน กวนเมืองเหรอ? ส่วนแดงไม่ต้องพูดมาก เรียกร้องแบบหน้าด้าน ลอกแบบเหลืองแต่ไม่มียุทธวิธี เหมือนไม่มีจุดหมาย ห่วยที่สุดตั้งแต่ดูการชุมนุมมา ไม่ได้อย่างใจอยากเลย
ลองเอาอคติออกจากท่านแล้วลองฟังฝั่งตรงข้ามมั่ง แล้วอีกฝั่งก็อย่าสร้างความวุ่นวายให้กับคนอื่นเลยครับ ฟังอีกฝั่งแล้วหาทางออกกันดีกว่า พูดตรงๆผมสรรเสิญการชุมนุมโดยสงบของกลุ่มคุณสนธิ สมัยที่ไปชุมนุมกันที่สวนลุมมากๆ นั้นแหละครับจุดเริ่มของคนเสื้อเหลืองซึ่งผมชอบมากๆ แต่หลังเสื้อเหลืองเริ่มเสนอแนวทางที่เป็นไปไม่ได้ ประกอบกับเริ่มไม่เป็นอหิงสา มีกองกำลังติดอาวุธ นั้นแหละครับเป็นเหตุให้การเมืองไทยแย่ลง เพราะทุกกลุ่มการเมืองเริ่มเอาอย่างและสร้างกองกำลังของตนเองกลายเป็นในการ ชุมนุมในแดนเถื่อนที่คิดกฎมาใช้เอง ทำทุกอย่างไม่ผิด ยึดรัฐสภาไม่ผิด? ยึดสนามบินไม่ผิด? สร้างกติการการเมืองที่ไม่มีทางออก นอกจากท่านจะเป็นนายก แต่ไม่ทำ ทำให้กลุ่มอื่นๆทำตามอย่างเลยหาข้อลงตัวไม่ได้สักที เมืองไทยก็พังบรรลัยครับ
ครับเราต้องมาดูกันดีกว่าว่าจะเจราจากันอย่างไร และจะยอมรับกันได้อย่างไร ประเทศไทยถึงจะเจริญกันดีไหมครับ คุยกันดีกว่าตีกันครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น