15 พฤศจิกายน 2552

ปราติหารย์แห่งศรัทธา วันนี้ กับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบ 20 ปี

วันนี้เป็นวันที่ดีของผมอีกวันหนึ่งที่ผมได้พบกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันเลยตั้งแต่ ตุลาคม 2534 จนถึง ตุลาคม 2552 18 ปีเต็ม ตั้งแต่ผมย้ายถิ่นกลับบ้านเกิดที่อุบลราชธานี จนผมเรียนจบที่วิทยาลัยการชลประทาน ทำงานที่กาญจนบุรี แล้ว ย้ายมาที่สกลนครอีกครั้งหนึ่ง เพื่อนผมยังคงเป็นเพื่อนผม เค้ามีความเข้าใจเหมือนผม ศึกษาเรื่องที่ผมศึกษา การคุยกันเลยง่ายขึ้น
วันนี้ผมพบเพื่อนคือกิต และ แยม เราคุยกันสัพเพเหระ ไถ่ถามสาระทุกข์สุขดิบ กันพอสมควร และแน่นอน นอกจากผมจะโม้วีระเวรของผมซะส่วนใหญ่แล้ว เรามีเรื่องที่สนใจของแต่ละคนคล้ายๆกัน เหมือนสมัยประถมที่เราอยู่ด้วยกัน แต่ปราติหารย์ก็เกิด เมื่อแยมนำก้อนหินก้อนหนึ่งมาให้ผมดู ผมพิจารณาดูแล้ว คงจะเป็นก้อนหินปูนธรรมดาก้อนหนึ่ง แต่ผมก็สังเกตลึกลงไปเห็นเป็นเหมือนพระธาตุ ครับผมคิดว่าอย่างนั้นแต่หินก้อนนี้ก็ไม่มีอะไรดีแดสำหรับผมเท่าไหร่(ของไม่ขึ้น) บวกกับที่มาที่ไปเหมือนเรื่องโจ๊กซะมากกว่า ปกติที่คบกันเค้าก็เป็นแบบนี้จึงไม่เอะใจ แต่ที่สนใจคือที่เค้าได้ก้อนหินนี้มาเกิดจากสมาธิ ผมจึงยิงคำถามคาใจที่มีมานานกับเค้า ไม่ได้หวังคำตอบอะไรมากหรอกแต่มันคาใจมานานแล้ว แล้วของที่คล้ายกับพระธาตุที่เห็นมันยิ่งทำให้ใจสับสนสำหรับผู้ศึกษาธรรมที่ชอบเอาหลักวิทยาศาสตร์มาจับ แล้วมันก็เกิดปราติหารย์ครับ
ผมคาใจมานานกับพระธาตุ ของอริยสงฆ์ จากกระดูกกลายเป็นอัฐิธาตุ ด้วยความเป็นวิศวะกรผมคิดถึงกระบวนการต่างๆที่ กระดูกกลายเป็นพระธาตุได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการแปรสภาพโดยใช้ความร้อน และแรงดันสูงสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นคือ เพชร แต่มันไม่ใช่เพชร แล้วมันคืออะไร แล้วคำตอบของแยมก็ทำให้ผมตาสว่าง ผู้ที่มีจิตสูงส่งจะเปล่งพลังงานที่หมุนเวียนอยู่ในร่างกาย ท่านมองเห็นอะไรไหมครับ หากการสันนิฐานถูกต้อง ผมว่าผมพบอะไรบางอย่างแล้ว
ท่านรู้จักแสงไหมครับ มีทฤษฏีต่างๆนานาว่าแสงเป็นพลังงาน ว่าแสงเป็นอนุภาค หรืออื่นๆ เพื่อจะมาตอบคำถามทางวิทยาศาสตร์ตามสมมุติฐานที่ตนตั้งไว้ เพื่ออธิบายสมการที่ตนเองได้คิดค้นขึ้น และก็สามารถอธิบายเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ครับสมมุติฐานผมคือกลุ่มพลังงานของจิต คือสิ่งที่ทำให้เกิดพระธาตุครับ
ครับพลังงานที่เกิดจากจิตที่ฝึกดีแล้วจะมีพลังมหาศาลอย่างยิ่ง แน่นอนกลุ่มพลังงานย่อมมีการกระทบกับสสารที่อยู่ในร่างกาย การที่พลังงานที่เลียนแบบอนุภาคเข้าไปกระทบกับ กระดูก(แคลเซียมโดยส่วนใหญ่) ทำให้กระดูกเปลี่ยนอนุภาคเป็นสสาร(ธาตุ)ที่เกิดขึ้นใหม่ครับ พลังงานที่กระทบอย่างรุ่นแรงไปที่อะตอมของแคลเซียม อาจทำให้เกิดการรวมตัวของอนุภาคระดับอะตอมเกิดเป็นธาตุที่เกิดขึ้นใหม่ ที่ยังไม่มีผู้ใดสามารถอธิบายได้ แน่นนอนว่าการกระจุกตัวของธาตุที่เกิดขึ้นมาใหม่อาจจะเล็กน้อยจนไม่สามารถสังเกตได้ ด้วยอนุภาคพลังงานนี้เล็กมากจนไม่สามารถวัดค่าได้ แต่มันก่อเกิดปฏิกิริยาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานจนตัวกระดูกนั้นเปลี่ยนเป็นสารใหม่ในเวลาที่เหมาะสม ครับถึงจะเป็นแค่สมมุติฐาน หากมีใครนำมาทดลองจริงล่ะครับ
การเคลื่อนตัวของอนุภาคพลังงานที่มีขนาดเล็กมากๆ เล็กกว่าอิเล็กตรอน ยิงกระทบกับแคลเซียมด้วยแรงมหาศาล ถ้ายิงในจุดที่พอเหมาะอาจจะโดนแกนกลางอะตอมของแคลเซียมแล้วดันให้แกนกลางนี้ไปกระทบกับอะตอมอีก 4 -5 หรือมากกว่านั้นตามแรงพลังงานจิต กลายเป็นธาตุใหม่ ซึ่งอาจจะเป็นธาตุที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว หรือเป็นธาตุใหม่ที่ยังไม่มีการค้นพบ(ยังไม่ได้ศึกษา และไม่ได้ลงไว้ในตารางธาตุ) และแน่นนอน มันอาจจะเป็นปฏิกิริยาต่อเนื่องคล้ายปฏิกิริยาฟิวชั่น หรือฟิชชั่น ตามแต่การกระทำของอนุภาคพลังงาน
สิ่งที่สนับสนุนสมมุติฐานในครั้งนี้คือ
1. พระอริยสงฆ์ ที่จะมีพระธาตุเกิดจะต้องมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าคนทั่วไป
2. น่าจะค้นพบพระธาตุกระจัดกระจายและขนาดเล็กโดยทั่วไปในบริเวณที่มีการสานตัวของแคลเซียมหนาแน่น
3. มีการจับตัวกันของกระดูก หรือสสารอื่นที่เป็นของแข็งในร่างกาย
4. มีการทำปฏิกิริยาต่อเนื่อง อาจทำให้พระธาตุมีการงอกเพิ่ม แตกหัก หรือพอกตัวได้
สิ่งที่เป็นหลักฐาน
1. พระธาตุที่ได้จากการผ่าตัดของหลวงปู่แหวนสุจินโน เป็นพระธาตุที่ได้จากอริยะสงฆ์ที่ยังมีชีวิตจะเห็นได้ว่าท่านมีพลังของจิตมากจึงเข้าพุ่งชนก้อนหินปูน(แคลเซียม) หรือก้อนนิ่วของท่านนั้นเองเนื่องจากมีแคลเซียมหนาแน่นปฏิกิริยาจึงเห็นได้ชัดเจน
2. พระธาตุ มีหลากหลายแบบ ด้วยเป็นธาตุคนละชนิดกัน แล้วแต่การรวมตัวของแคลซียมที่ทำให้เกิดธาตุใหม่
3.พระอริยะสงฆ์บางท่านเผาไม่ไหม้เนื่องจากร่างกายบางส่วนของท่านเป็นธาตุใหม่ที่ไม่ไหม้ไฟ ถ้าหากมีเวลามากพอ อาจจะกินเวลานานมากไม่สามารถคำนวณได้ ท่านอาจจะเห็นร่างของท่านค่อยๆกลายเป็นพระธาตุทั้งองค์ให้เราได้เห็นกัน
ครับจะแจ้งอีกครั้งว่าผมเป็นผู้ศึกษาธรรมที่ชอบเอาหลักวิทยาศาสตร์มาจับ อยากรู้เป็นการส่วนตัว และถึงไม่อาจจะทดลองได้เนื่องจากเป็นของสูง ที่เคารพบูชา แต่วิทยาศาสตร์นั้นย่อมหาคำตอบได้ทุกครั้ง(แต่บางครั้งมันค้นหาไม่ได้ภายในวันนี้) เพราะหลักวิทยาศาสตร์ นั้นก็เป็นหลักการหาความจริง ที่พระพุทธเจ้าได้รู้แจ้งมาก่อนตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว แต่พระองค์ไม่อยากให้เราสนใจเรื่อง อิทธิฤทธิ์ ปราติหารย์ หรืออะไรทำนองนี้ ท่านให้สนใจในการศึกษาหาทางพ้นทุกข์ที่ท่านศึกษามาแล้วว่าหลุดพ้นได้จริงมากกว่า ฉะนั้น การค้นพบครั้งนี้ของผมมันก็แค่เรื่องธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาที่ความเหมาะของมันแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ผมได้อธิบายมาแล้วหากทำการศึกษาและทดลองตามแนวสมมุติฐานนี้ท่านอาจจะพบคำตอบของการเกิดพระธาตุ แต่พบแล้วมันก็เป็นแค่การหาคำตอบของสิ่งหนึ่งสิ่งใดเท่านั้น ไม่สามารถทำให้ท่านหลุดพ้นได้จริง แต่ผมก็ดีใจครับ เพราะมันค้างคาในใจผมมานานเหลือเกิน

28 กรกฎาคม 2552

ข้าว ผลผลิตปฐมภูมิ

ด้วยการทำงานในด้านชลประทาน และได้ใกล้ชิดกับเกษตรกร และพื้นที่การเกษตรทั้งหลาย ก็คิดไม่ตกเกี่ยวกับผลผลิตทางการเกษตร การลงทุนเพื่อให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรนั้น ลงทุนเยอะครับ อันดับแรก ที่ดิน ต้องทำการปรับปรุงดินก่อนการเพาะปลูก ไม่ว่าจะเป็นการไถ พรวนดิน พืช ก็ต้องลงทุนในการจัดหาพันธุ์ที่ดีมาปลูก แรงงานนั้น จะมาลงแขกก็คนละ 200- 300 บาท ยังไม่รวมเหล้ายา ปลาปิ้งอีกต่างหาก แต่ผลผลิตออกมา ขายไม่ได้ราคา ทั่งๆที่เป็นสินค้าที่คนต้องกิน แต่ทำไมสิ้นค้าชนิดอื่นถ้าไม่ใช้ไม่ตาย แต่มันขายง่ายๆ แล้วก็เค้าจะขายเท่าไหร่ก็ซื้อด้วย งง ไหมครับ

ผมลองคิดแล้วก็ลองคุยกับชาวบ้านดูแล้วก็ขอสรุปปัญหาดังนี้ครับ

1. เค้ากำหนดราคามาอย่างนี้ ไม่ขายก็ไม่ได้

2. รัฐทำไมไม่กำหนดราคาข้าว

3.ฯลฯ

ซึ่งโดยมากจะลงตัวที่ เถ้าแก่เค้าว่ามาอย่างไร ก็ว่ากันไปตามนั้น ส่วนไอ้ที่ไปประท้วงปิดถนน ปิดสภา โดยมากก็ของขึ้น หูเบา แล้วก็โดนเกมการเมืองลากไป เพื่อให้ราคาข้าวดีขึ้น แต่ก็ต้องขายให้กับเถ้าแก่เหมือนเดิม

การแก้ปัญหาใช่ว่าทางรัฐจะไม่มี ครับด้วยการตั้งกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ใช้น้ำ กลุ่มสหกรณ์การเกษตร ซึ่งแก้ปัญหาได้ แต่ที่ได้สัมผัสมาคือ

1. เกษตรกร รวมกันไม่ค่อยติด

2. ไม่กล้าแสดงออก ไม่แสดงความคิด

3. ไม่รู้ต้นทุนของตนเอง กำหนดกำไรไม่ได้

4. ทำการตลาดไม่เป็น

ครับด้วยปัญหาทั้งหมด เลยแก้กันจน เป็นปมไปหมด แล้วก็เลิก หากว่าเกษตรกรยอมขาดทุน รัฐลองลงทุนหรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยอมรับภาระ ตั้งกลุ่มอีกครั้ง โดยครั้งนี้ต้องตั้งเจ้าหน้าที่การตลาด หัวหน้ากลุ่มก็ต้องลงลุยพื้นที่ขายของ และขายระหว่างกลุ่มกับกลุ่ม ผลิตสินค้าใหม่ๆ ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แล้วก็ตีหัวร้านขายปลีกขนาดใหญ่ซะ กำไรเห็นๆ ว่าไหม เลิกความคิดที่ว่าเค้ากำหนดราคามาซะ เลิกขายข้าวเปลือกซะ( โรงสีข้าวกล้องขนาดเล็ก กำลังการผลิตไม่มากมีในท้องตลาดนะครับ) แล้วก็ผลิตแบบชีวภาพไร้สารเคมี เอาพวกขายปุ๋ย ขายยามันเจ้งกันเลยเป็นไง ซื้อกันอยู่ได้ แล้วเอาตราผลิตภัณฑ์ Q มาแปะตัวสินค้าให้ได้ ตั้งราคาแล้วก็ขายเองมันซะเลย เอาแบบว่ารัฐหาข้าวเปลือกส่งออกไม่ได้นั้นแหละครับ เราหันมาส่งออกข้าวสารกันเถอะครับถ้าราคามันยังตก ก็เอาไปแลกสินค้าอื่นมาแจกกัน เอาไปแลกปลา แลกปุ๋ย แลกผักมาจุนเจือกันกิน หรือเอามาขายแทนข้าวซะ ห้ามขายให้กับพ่อค้าด้วยกัน พ่อค้าไม่มีสินค้าเค้าจะเอาสินค้าที่ไหนไปขาย อุปสงค์ลด ราคามันก็จะเพิ่มเองแหละครับ แต่ต้องอดทน อย่าให้ใครมาตีแตก แต่ถ้าแตกสักกลุ่ม มันก็จะทลายเป็นยวง แล้วเราก็จะเจอคำตอบเดิมๆ แล้วราษฎรไทยก็จะรอแต่ว่าทำไมสินค้าเกษตรเราราคาถูกจัง เรากำหนดราคาสินค้าเองไม่ได้เหรอ เหมือนเดิม แล้วผมก็แนะนำแบบเดิมๆทุกครั้งเหมือนกันครับ

17 พฤษภาคม 2552

ภาษี เหล้า บุหรี่ รถยนต์ เงินกู้

        เมื่อภาวะเศรษฐกิจไม่ดีภาษีบาปจะเป็นตัวแรกที่จะขึ้น  ตามด้วยภาษีน้ำมันที่ต้องขึ้นแน่นอนแต่ผมไม่เข้าใจจริงๆว่า  ปตท กับกองทุนน้ำมันทำไมทำอะไรแปลกๆ ตามประสาคนที่ไม่รุ้เรื่องการบริหารเท่าไหร่ แต่ผมว่าถ้าจะขึ้นราคาน้ำมัน  ทำไมต้องใช้เงินกองทุนช่วยไม่กี่เดือน ตอนราคาน้ำมันเริ่มแพงท่านก็ดันขึ้นการเก็บเงินเข้ากองทุน แถมบางทีกองทุนได้กำไรก็ดันจะเอาไปก่อสร้างถนน  ผมถามจริงเหอะคนที่อยู่บ้านนอกนั้นมันไม่ต้องการระบบขนส่งมวลชนเลยเหรอ อยากให้ท่านนายก ท่านนายอำเภอมาลองใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่บ้านนอกดูมั่งครับ มาดูว่าชาวบ้านเค้าอยู่อย่างไร โดยแท้ไม่ต้องการถนนเพิ่มหรอกครับ  แต่ต้องการระบบขนส่งมวลชนที่สามารถรองรับคนได้มากกว่า  ถ้าไม่เชื่อท่านลองนั่งรถในวันศุกร์ของจังหวัดใหญ่ๆ ไปจังหวัดเล็กๆดูสิครับ  ยอมรับความจริงผมเคยยืนมา 5 ชั่วโมง จากสกล - อำนาจ รถคันสุดท้ายออกบ่ายครึ่ง  ถึงอำนาจประมาณ 5 โมงเย็น (ตอนนั้นประมาณ ซี 6 แต่จนซิป) จนทนไม่ได้ต้องออกรถ ใช้เงินกู้สหกรณ์มาโปะค่าผ่อนรถ ตอนนี้เงินเดือนรับไม่ถึงครึ่ง จะเอาไปลงทุนอะไรก็ชักหน้าไม่ถึงหลัง จะย้ายกลับก็ไม่มีเลขว่าง เงินออมไม่เต้มเม็ดเต็มหน่วย ผมยังสงสัยกับคนเขียนหนังสือเรื่องเงินออมสำหรับคนไม่มีเงินยังสมมุติว่าคุณมีเงินเดือน 10,000 บาท  แหมเงินเดือนขั้นต่ำก็แค่ 7,000 กว่า แถมอัตราจ้างแค่ 4,000 เมื่อไหร่มันจะรวย ครับเอาความจริงมาคุยกันดีกว่า ระบบขนส่งมวลชนครับ แก้ปัญหาการจราจร การประหยัดพลังงาน และอนุรักษ์โลกร้อนครับ ในเมืองกรุงให้เพื่มรถเมล์ รถไฟฟ้า บ้านนอกเริ่มจากรถไฟความเร็วสูงระหว่างจังหวัดครับ อันดับหนึ่ง
        ต่อไปก็เรื่อง บุหรี่ เหล้า ผมยอมรับว่ามันเป็นสื่งไม่ดีจริงๆ แต่ผมงงอยู่อย่างว่า รัฐเสียเงินรณรงค์มากมายให้เลิก ทำไมขึ้นแค่ภาษีครับ ทำไมไม่ห้ามนำเข้า ภาษีเพิ่มเข้าไปเถอะคนบริโภคเค้าทนได้ แต่เมื่อรัฐจริงจังกับการรณรงค์การหยุดให้มากกว่านี้  ผมว่าอันดับแรกไม่ห้ามนำเข้าซะล่ะ ของไม่ดีนำเข้ามาเป็นเสนียดจัญไรทำไม  ของแบบนี้คุยกับเค้าไม่เป็นหรืออย่างไรว่าเราไม่ต้องการรักษามะเร็งที่เกิดจากสินค้าเหล่านี้ เรายินดีที่จะรับสินค้าตัวอื่นมากกว่าเช่นพวกสินค้าอิเล็คทรอนิค เครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์เวชภัณฑ์ หรืออะไรที่เป็นสินค้านำเข้าที่มีคุณภาพแล้วเราไม่มีน่ะ โรงงานสุราและยาสูบก็ให้ผลิตน้อยลงซะ  ผมว่ามันจะเป็นผลดีต่อประเทศมากกว่าที่ท่านจะนำโรคภัยเข้ามา  แม้กระทั้งตอนนี้คนไทยเรายังไม่มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงใช้ทั่วไป แต่มีบุหรี่นอกถึงในบ้าน หมายความว่าอย่างไร  การพัฒนาบ้านเมืองต้องการสิ่งใดมากกว่ากัน  เหล้าพื้นเมืองที่ญี่ปุ่นนั้นเป็นของฝากพื้นเมือง  บ้านเราก็บอกว่าต้องทำเป็นโรงงานซะก่อน  ขั้นตอนก็มาก  แถมห้ามโฆษณา เหล้านอกเต็มบ้านเต็มเมือง เหล้าเกิดใหม่ก็สู้ตลาดไม่ได้ รัฐมีแต่ขาดทุน  ถ้าจะกระตุ้นเศรฐกิจตอนนี้ผมว่าเลิกนำเข้าสินค้าอันตรายต่อสุขภาพ  แล้วหันมานำสินค้าที่ต้องการเช่นระบบขนส่งมวลชน  ระบบสารสนเทศ และเน้นกองทุนหมู่บ้าน กองทุน SML ให้เกิดผลที่สำเร็จ มีการตรวจสอบที่เคร่งครัดด้วยครับ

24 เมษายน 2552

การออมกับธนาคาร

ช่วงนี้ผมทำธุรกรรมกับธนาคารบ่อยครั้ง แล้วสังเกตเห็นค่าธรรมเนียมที่มีการเปลี่ยนแปลง  ผมเป็นคนที่ขี้เกียจ ไม่ชอบอะไรที่ยุ่งยาก ผมเข้าใจครับว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ต้องดำเนินการแจ้งย้ายภายใน 15 วัน แต่ไม่อ่ะไม่ชอบไม่อยากยุ่งยากและรอคอย แต่วันนั้นก็มาถึงเมื่อผมต้องไปทำงานที่กาญจนบุรี  ทะเบียนบ้านอยู่ที่อุบล แล้ว รัฐธรรมนูญ 2540 ก็ออกมาใหม่ๆ กกต.ออกใบแดงกระจาย  สว. เลือกตั้งไป 5 ครั้ง สส. 2 ครั้ง ในปีเดียว ค่ารถในเวลานั้นไปกลับประมาณ  1,000 บาท ไม่รวมค่าใช้จ่ายจิปาถะ  ข้าราชการที่ดีก็ต้องไปเลือกตั้ง แถมการคมานาคมมันก็ไม่สะดวกด้วย ถามว่าถ้าผมกลับบ้านเลือกตั้งทุกครั้ง ผมจะเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ข้าราชการบรรจุใหม่เงินเดือน 6,300 บาท หมดแน่นอนครับ ผมจึงต้องย้ายทะเบียนบ้านไปเมืองกาญฯ เพื่อตัดปัญหาซะ ปัจจุบันผมบ้ายมาที่สกลนคร  เงินเดือนผมเข้าบัญชีที่เมืองกาญฯ ด้วยความขี้เกียจผมยอมถูกหักค่าธรรมเนียม ATM ต่างสาขา ต่างจังหวัดที่ 10 บาท โดยไม่เบิดบัญชีใหม่ ก็รับสภาพไปครับ  แต่วันนี้เค้าเปลี่ยนค่าธรรมเนียมอีกแล้วครับ ไม่มีการแจ้ง และทางเว็บไซด์ก็ไม่มีการแจ้งให้ทราบด้วย (เริ่มค่าธรรมเนียมใหม่วันที่ 20 เม.ย. แต่ที่เว็บไซด์วันนี้ยังอยู่ที่ 10 บาท เปิดบัญชีเอกสารก็ยัง 10 บาทอยู่) จำใจต้องเปิดบัญชีใหม่เพื่อให้โอนเงินเข้าบัญชีที่สกลนคร 
เอาเถอะครับบ่นพอประมาณ มาเข้าเรื่องกันดีกว่า หากใครคิดจะออมเงินกับธนาคาร ถ้าคุณมีดอกเบี้ยไม่เกินค่าธรรมเนียม+ค่าบัตรATM(ประมาณ 100 - 300 บาทแล้วแต่ธนาคาร) ก็ขาดทุนนะครับ เคยสังเกตุบ้างไหมครับว่าเงินท่านหายไปจากบัญชีปีละ 100 บาทน่ะ ใครที่เป็นแบบนี้แนะนำให้ท่านลงทุนแบบอื่นดีกว่า กองทุนรวมที่ประกันเงินฝากนั้นรู้สึกจะได้ดอกเบี้ยมากกว่าซะอีก  ปัจจุบันค่าธรรมเนียมต่างๆของธนาคารมันเยอะเหลือเกิน  ผมเคยแม้กระทั้งเซ็นรับรองแสตดเม้น เดือนละ 100 บาท มันอะไรนักหนา  ท่านลองคิดดูสิครับปัจจุบันความเร็วอินเตอร์เน็ตนั้นเดือนละ 590 บาท  ถ้าเช่ารายชั่วโมงก็ 10 - 20 บาท แต่ค่าธรรมเนียมกดATM กลับเป็นครั้งละ 0 - 35 บาท ผมกดโทรศัพท์ทางไกลแบบแพงสุดๆก็ 16 บาท/นาที เองครับ แล้วคิดดูสิว่าธนาคารกำไรเท่าไหร่  ผมว่าถ้ามีใครรู้จริงก็หาต้นทุนที่แท้จริงในการออนไลของธนาคารหน่อยได้ไหมครับ

หลังจากเหตุการณ์จลาจล

       วันนี้ขอเขียนเรื่องของนักการเมืองต่อหลังจากเหตุการณ์จลาจลสงบลง  ท่านเชื่อหรือไม่ถึงแม้ว่าจะผ่านการประชุมรัฐสภาแล้ว  แต่นักการเมืองของไทยยังไม่มีน้ำใจนักกีฬากันเลยสักคน  ในเกมนั้นหากแพ้ก็ต้องจบ เมื่อไม่จบมันก็ไม่มีทางที่ประเทศชาติจะสงบลงได้
ครับมี ส.ส.  ส.ว. บางท่านที่พูดในเรื่องนี้  แต่ส่วนใหญ่ก็แบ่งฟากชัดเจน ชัดขนาดไหน ขนาดโกหกกันเห็นๆ  ผมก็ไม่ค่อยพอใจกับรัฐบาลที่เข้าสลายการชุมนุม แต่จะดีมากหากไม่เกิดการชุมนุมขึ้นมา  ครับหลายท่านต้องการนำเสียงประชาชนมาต่อรองกับระบบรัฐสภาหากฝ่ายตนแพ้และเพรี้ยงพร้ำไป  แต่มันต้องเป็นเรื่องที่รับไม่ได้จริงๆ และต้องชุมนุมกันอย่างสงบ ไม่มีการปลุกระดม  แต่ต้องปลุกจิดสำนึกของคนให้ตื่นและเห็นความจริง และต้องเล่นในเกม อย่าเล่นนอกเกมถึงขนาดต้องโกหกกันหน้าด้านๆ เลย ไม่ต้องมาแบบพกอาวุธ ติดระเบิดและยุยงให้เกิดความวุ่นวายเลย  ถ้าคุณไม่ออกนอกที่มั่น  ถ้าคุณยอมเสียสละ (การชุมนุมใดไม่มีการเสียสละชีวิต มีการ์ดคอยคุมหัว กลัวตายอย่าไปชุมนุมกันเลยดีกว่า) ถ้าการชุมนุมของคุณมันเป็นชองจริงไม่มีใครกลัวตายหรอกครับ ดูจากประวัติศาสตร์เก่าๆ มีการตายทั้งนั้นแหละ และมีทุกประเทศด้วย  และผมก็ไม่คิดด้วยว่าวันที่ สนธิ โดนลอบยิงนั้นมีบางท่านพูดผ่านทีวี วาจาไพเราะ แต่เต็มไปด้วยความแค้น และเหมือนจะท้าตีท้าต่อย ก้าวร้าว พูดจริงๆครับถ้าเด็กเห็นจะว่าอย่างไร ผมฟังแล้วก็อยากลุกขึ้นต่อย คนมันจะโดนฆ่าอยู่แล้ว ตำรวจไม่รู้หรอกว่ามีคนจะดำเนินการตอนไหน ถ้าไม่อยากโดน ก็ทำเหมือนอดีตนายกทักษิณสิหาที่นอนไปเรื่อย ผมว่าพูดกันดีๆ น่ารักๆ ก็จะดีกว่านะครับ อย่าเอาอารมณ์เข้าแทรกไม่งั้นมันจะเกิดการยั่วยุ แล้วมันต่างจากเสื้อแดงตรงไหน
ยอมรับความจริงกันมั่งครับเล่นในเกม ยอมรับในเสียงข้างมาก แม้มันจะเหี้ยขนาดไหนก็เหอะ  ถ้าอยากได้ของดี คุณก็ต้องนำของดีเข้าหาชุมชน ไปอธิบายซะว่าการเมืองมันเป็นอย่างไร ประชาชนควรทำอย่างไร และ นักการเมืองมีหน้าที่อะไร ผู้ไฝ่หาประชาธิปไตรเค้าควรทำอย่างไร        แต่ขอร้องเถอะครับ ยอมรับความจริง เลิกปลุกระดมความคิดที่ผิดๆ แล้วต่อสู้ด้วยปัญญา ต่อสู้โดยสันติวิธี
     อนึ่งขอขอบคุณรัฐบาลด้วยครับที่หยุดยาวให้ผม และผมได้ยินข่าวเสื้อแดงจะชุมนุมอีกครั้งก็ขอให้สนุกสนานกันให้มากๆ ผมจะได้มีวันหยุดเพิ่มอีก และประเทศชาติก็จะล่มจมมากกว่านี้ นี่พูดประชดนะครับอย่าเอาเป็นจริงเป็นจังเลย

13 เมษายน 2552

น้ำใจนักกีฬา

ด้วยภาวะปัจจุบันของบ้านเมือง จึงนำเรื่องนี้ขึ้นมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังก่อนเรื่องของบุหรี่ ด้วยความเป็นนักคิดที่คิดด้วยสมอง มุมมองจากความรู้สึก ด้วยที่เป็นนักประชาธิปไตรคนหนึ่ง จึงขอแสดงความคิดเห็นดังนี้
1. นักการเมืองไทยขาดจรรยาบรร เล่นนอกเกม ไม่สนใจสภาอย่างนี้ การเมืองไทยถึงไม่เจริญสักที ปากเรียกร้องประชาธิปไตร ใจฝักใฝ่เผด็จการ “กูทำถูกคนเดียว คนอื่นผิดหมด” ไม่มีนำใจนักกีฬา ต่อยแพ้ ใจไม่แพ้ ขอใจแรงเชียรต่อยนอกเวที แบบนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตรครับ
2. นักการเมืองไทย ยังอยู่ในระบบอมาตธิปไตร คิดว่าตนเป็นใหญ่ คุมลูกน้องเป็นร้อยเป็นพัน มีคนอยู่ในความดูแลเป็นแสน ย่ามใจทำในสิ่งที่สมัยก่อนเรียกว่า “แข็งเมือง” พวกนี้พร้อมที่จะเป็นผู้มีอำนาจในพื้นที่ และคิดว่าตนเองเป็นผู้ปกครองในเขตพื้นที่ คิดจะสั่งให้ใครทำอะไรก็ได้ เหมือน”วัวลืมตีน” ต้องหาคนมาปราบ
3. นักการเมืองไทยไม่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่มีทายาททางการเมืองที่จริงใจต่อการพัฒนาประเทศ หวังผลในอำนาจ ไม่ใส่ใจในการพัฒนา หวังมุ่งทำลายขั่วอำนาจอื่น ปกครองด้วยความไม่รู้ ใช้ความชินชาของประชาชนที่เคยแต่ถูกปกครอง จูงจมูกไปในทางที่ผิดทีซิบหาย พาประเทศชาติล่มจม
4. ประชาชนคนไทยไม่รู้จักประชาธิปไตร พอได้มาก็กลายเป็น พวกมากลากไปซะนี่ ทำให้ได้นักการเมืองห่วยแตกเข้ามาในสภา ยังนึกถึงระบบเดิมๆ ระบบที่ตนเป็นผู้ถูกปกครอง และไม่เคยขัด แต่แอบนินทานาย จึงไม่สามารถที่จะได้ประชาธิปไตรที่แท้จริง
ครับโดยส่วนตัวผมเป็นคนหนึ่งที่ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมาโดยที่มีการคิดแค้น ทำให้ออกมารัดกุมมากเกินไปจนไม่สามารถปฏิบัติตามได้หลายมาตรา แต่ผมก็ยอมรับมติของปวงชนที่ลงมติมาแล้วว่าควรใช้ ทั้งๆที่หลายท่านไม่เคยอ่าน แต่รับเพราะต้องการออกจากระบบการปฎิรูปการเมือง คิดว่าจะแก้ไขโดยง่าย รับก่อนแก้ทีหลัง รับๆไปเถอะ รับเพราะนายบอก หรือไม่รับเพราะไม่รู้ ไม่รับเพราะนายบอก ฯลฯ เมื่อมีประชามติแล้วผมเคารพและยอมที่จะปฏิบัติตาม ผมไม่เล่นนอกเกม แต่ดูพวกท่านสิ ว่ามี ”น้ำใจนักกีฬา”หรือ "ใจนักเลง"บ้างไหม ผมคิดว่าพวกที่แยกตนเองออกมาว่าตนถูกนั้นให้หันมาดูตนเองก่อนดูกฎหมายสิครับว่าท่านทำถูกต้อง และมีน้ำใจเป็นนักกีฬาที่รู้จักแพ้รู้จักอภัยหรือเปล่า ถ้าไม่ก็เลิกประพฤติเถอะครับ ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าอยุ่ให้ประเทศชาติเสียหายเลย

05 เมษายน 2552

เหล้า เศษฐกิจ สงกรานต์ นักการเมือง

            ต้องขอขอบคุณ ที่การงดขายเหล้าช่วงสงกรานต์ไม่ออกมา  โดยส่วนตัวก็เป็นคนที่ดื่มคนหนึ่ง  แต่ก็ไม่ได้ติด  ดื่มตามสังคม  ดื่มเพื่อเป็นยา  และดื่มตามความพอใจ  แต่การไม่ได้ดื่มก็ ดี แต่ทุกวันนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปมากแล้วการเสพสิ่งมึนเมาไม่ได้เป็นที่ยอมรับจากสังคมเหมือนแต่ก่อนที่ทำกันเป็นล่ำเป็นสัน  โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์  หรือเป็นประเพณีที่ได้มีกันมานาน  การเซ่นไหว้เจ้าที่เจ้าทาง  เจ้าป่าเจ้าเขา ต้องมีส่วนของเหล้าขาวเป็นส่วนประกอบ  ทุกวันนี้การดื่มเหล้านี่ก็จะคล้ายคลึงกับการสูบบุหรี่ที่ปัจจุบันก็ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมแล้ว  แต่การห้ามขายเหล้านี่สิแปลก  เป็นการโยนหินถามทางของกระทรวงสาธารณะสุขแน่นอนในการที่จะให้เลิกขายเป็นบางวัน  แล้วก็จะมีกลยุทธที่จะต้องทำให้การดื่มเหล้าเป็นที่รังเกียจเหมือนคนสูบบุหรี่  และลดการเมาแล้วขับ  ลดการตายในวันสงกรานต์  แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการห้ามขายผมงงมากๆ  เอาอย่างนี้แล้วกันการห้ามขายเหล้าที่เป็นต้นเหตุเมาแล้วขับผมก็จะขอเพิ่มเติมนโยบายของท่านดังนี้

                                ห้ามใช้รถส่วนบุคคล ในวันที่ 13- 16 เมษายน  ด้วยการเดินทาง  การเล่นสงกรานต์น่าจะทำเป็นถนนคนเดินซะ  ลดการใช้รถ  คนเมาก็ไม่ต้องขับ  การเดินทางโดยรถสาธารณะก็มีความปลอดภัย  การจราจรบนท้องถนนก็จะปลอดภัยมากขึ้น  อุบัติเหตุลดลงแน่นอน  ลดมากกว่าการห้ามขายเหล้าด้วยนะครับท่านทำไมไม่คิดถึงเรื่องอย่างนี้บ้าง

                                ทุกท่านรู้ดีครับว่าการคมนาคมบ้านเราโดยเฉพาะการบริการรถสาธารณะนั้นไม่พอเพียง  แถมไม่มีการคุมกำเนิดรถส่วนบุคคล  การแก้ปัญหากระทำโดยปลายเหตุ วัวหายแล้วล้อมคอก  วันสงกรานต์คนต้องใช้รถส่วนตัวขับกลับบ้าน  การไปโดยคนหมู่มากแน่นอนเหล้าก็เป็นส่วนหนึ่งในการเดินทาง  แต่การบริการสาธารณะของรัฐสามารถที่จะขนคนมากๆไปยังจุดหมายปลายทางได้คนตกรถที่หมอชิตก็จะไม่เห็นอีกต่อไป  การเมาแล้วขับจะลดลงด้วยการบริการสาธารณะคนขับจะไม่ดื่ม

                                แต่การแก้ปัญหาของผู้ใหญ่บ้านเราทำด้วยการ ห้ามขายเหล้า  ถามว่ามันช่วยได้ไหมหากคนดื่มเค้าซื้อไว้ตั่งแต่วันที่ 1 เมษายน  และซื้อไว้มากกว่าเดิมด้วย (สงสัยเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมด้วย)  เมามากกว่าเดิมเพราะมีเหล้าในมือดื่มไม่อั้น  อีกอย่างการใช้น้ำมันก็จะมากขึ้น(นี้ก็เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ  และหาเงินเข้า ปตท ด้วย)  แล้วปีต่อไปก็จะทำการขยายถนนเนื่องจากมีการใช้รถส่วนตัวเพิ่มขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจโดยการผลาญงบประมาณ  และเพิ่มยอดขายรถยนต์ให้บริษัทที่จะขายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ไม่ได้เหรอ  คนขายเหล้าขายโดยถูกต้องตามกฎหมาย  โดนห้าม(แล้วมันจะอนุญาตให้ขายทำไม) 

                                ครับครั้งหน้าผมจะเขียนถึงบุหรี่  และนโยบายเศรษฐกิจครับ  หากท่านสนใจในบทความร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ  ผมจะรับฟังด้วยใจที่เป็นกลางครับ

02 เมษายน 2552

บล็อกชิ้นแรก

   รู้จักบล็อกมาเป็นเวลานานแล้ว  เคยเห็นมานาน  แต่ไม่เคยใช้  ไม่เคยสมัคร  แต่ก็อยากวิจารณ์  อยากแสดงความคิดเห็นมานานแล้ว  หาที่ออกไม่ได้  ที่นี่คงจะได้แสดงออกถึงความเห็นส่วนตัวได้อย่างจริงจัง  บวกกับอยากหาสตางค์ใช้  หวังว่าท่านผู้อ่านคงให้การสนับสนุนกัน โดยการกดโฆษนาให้ด้วยหากถูกใจกันจริง หากได้รับความสนใจกระผมจะออกบล็อกเรื่องต่างมาคุยกับท่านเพราะมีเรื่องที่จะต้องระบายให้คนไทยได้ทราบหลายเรื่องเลย  แล้วพบกันใหม่ครับ